พาใจกลับบ้าน และบทเพลง Island of the Self จากหมู่บ้านพลัม

บางครั้งความรู้สึกหน่วง ๆ ในใจ อาจไม่ใช่ความทุกข์ใจเป็นการส่วนตัว แต่เมื่อเรานิ่งสงบลงในวันที่เงียบงัน แล้วเกิดการเปิดรับความสุขความทุกข์ของเพื่อนมนุษย์ ในฐานะที่เราเป็นส่วนหนึ่งในสังคม ก็อาจทำให้เกิดอาการหน่วง ๆ ในใจได้เช่นกัน 
 
ในวันหนึ่งที่ผมรู้สึกเช่นนี้ ผมได้รับการเติมเชื้อไฟให้ใจอบอุ่นขึ้น จากเรื่องเล่าของหลวงปู่ ติช นัท ฮันห์ โดยเรื่องเล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของบทสุดท้ายในหนังสือที่น่าอ่านทั้งเล่ม "สามเณร: เรื่องราวของรักแท้" ตอนหนึ่งหลวงปู่เล่าว่า...
 
"เมื่อหลายปีก่อนฉันมีกุฏิอยู่กลางป่า จากปารีสนั่งรถยนต์ไปราว ๆ สองชั่วโมง เช้าวันหนึ่งฉันออกจากกุฏิเพื่อไปเดินในป่าและใช้เวลาอยู่ที่นั่นทั้งวัน ฉันเพล นั่งเจริญสติ และเขียนบทกวี ตอนเช้าทุกอย่างสวยงามอย่างยิ่ง แต่พอตกบ่ายฉันสังเกตเห็นเมฆรวมตัว ลมเริ่มพัด ฉันจึงเดินกลับ พอมาถึงกุฏิทุกอย่างเละเทะไปหมด เพราะเช้าวันนั้นฉันเปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้เพื่อรับแสงแดด ระหว่างที่ฉันไม่อยู่ลมพัดแผ่นกระดาษบนโต๊ะเขียนหนังสือกระจัดกระจาย กุฏิอ้างว้างเยียบเย็น
 
สิ่งแรกที่ฉันทำคือปิดประตู หน้าต่าง สิ่งที่สองคือก่อไฟ พอไฟเริ่มลุกโชน เสียงลมกลายเป็นเสียงที่น่าฟังอย่างยิ่ง ฉันรู้สึกดีขึ้นมาก ๆ สิ่งที่สามที่ฉันทำก็คือเก็บกระดาษที่กระจัดกระจายวางไว้บนโต๊ะ ใช้ก้อนหินทับไว้ ฉันใช้เวลายี่สิบนาทีทำทุกอย่างเหล่านี้ สุดท้ายฉันนั่งลงใกล้ ๆ เตาฟืน กุฏิอุ่นขึ้น น่าอยู่ แล้วฉันก็รู้สึกสบายอยู่ในกุฏินั้น"
 
จากเรื่องเล่านี้ ช่วยให้จิตใจของผมค่อย ๆ กลับมามั่นคง ด้วยกระบวนการที่แฝงอยู่ จากคำอธิบายในหนังสือร่วมกับความเข้าใจที่ได้ทดลองปฏิบัติกับตัวเอง ขอแบ่งปันเป็น 3 ข้อ ดังนี้
 
1. ปิดหน้าต่างป้องกันลมแรง
หากเราเปิดรับข้อมูลข่าวสารอยู่มากมายยาวนานเกินไป อาจถึงเวลาที่เราจะได้พักการรับรู้ข้อมูลข่าวสารจากภายนอกลง
 
2. ก่อไฟ ให้บ้านอบอุ่น น่าอยู่
ลมช่วยให้ไฟรุกโชนขึ้นได้ ลมหายใจของเราก็ช่วยให้ใจของเราอบอุ่นขึ้นได้เช่นเดียวกัน การกลับมารู้ลมหายใจของเรา ช่วยให้เราผ่อนคลาย และเป็นเหมือนแสงไฟในใจที่ช่วยให้เรามองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างคมชัดมากขึ้นในวันที่มืดมน
 
3. จัดบ้านให้เป็นระเบียบ
การยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างลึกซึ้ง มักจะเกิดขึ้นพร้อมกับความรู้สึกขอบคุณ เมื่อเราขอบคุณได้ เราจะสามารถแปรเปลี่ยนสถานการณ์ที่ยากลำยากให้กลายเป็นบทเรียน การพูดและการลงมือทำในช่วงนี้ก็จะกลับมามีประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่นอย่างแท้จริง
 
เมื่อใจของเราพร้อมที่จะใคร่ครวญเพื่อเรียบเรียงเรื่องราว ก็เหมือนสามารถหลบฝนเข้ามาอยู่ในร่ม แม้ฝนยังไม่หยุดตกภายนอก แต่เราก็จะสามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนมากขึ้น เมื่อใจกลับสู่บ้านคือกายของเราได้อย่างมั่นคงดีแล้ว จึงปล่อยให้ใจได้ใคร่ครวญอีกครั้ง
 
- เกิดอะไรขึ้นกับเรา
- ตอนนี้ เรารู้สึกอย่างไร
- อะไรบ้างที่เราสามารถขอบคุณได้
- อะไรที่เราปล่อยวางแล้วจะดีขึ้น
- มีอะไรบ้างที่เราพอจะทำได้
 
และไม่ว่าอย่างไร เราจะนำใจของเรากลับสู่บ้านคือกายของเราอย่างสม่ำเสมอ พาใจกลับสู่บ้านที่แท้จริง ณ ที่นี่ และขณะนี้
 
--- รัน ธีรัญญ์
 
Inspired by ติช นัท ฮันห์. (2556). "สามเณร: เรื่องราวของรักแท้". กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สยามปริทัศน์
.

Island of the Self
Plum Village Song

  Dm

Breathing in I go back

  Bb  A      Dm

to the Island within myself.

     F

There are beautiful trees

     Gm

within the Island,

     C

there are clear streams

     F

of water, there are birds.

 Bb

Sunshine and fresh air,

A            Dm

breathing out I feel safe.

     Bb          A  Dm

I enjoy going back to my island.

 

       Dm

หายใจเข้า ฉันกลับคืน...

    Bb       A        Dm

เข้าไป... ภายในเกาะของฉันเอง

       F

มีแมกไม้ หลากพันธุ์งาม

     Gm

...และลำธาร...ใส

      C

สดชื่นใจ...กาย

      F

ด้วยเสียงนกร้อง...มากมาย

Bb

ไออุ่นจากแสงแดด

A         Dm

หายใจออก...ฉันมั่นใจ

     Bb       A         Dm

ได้สุขใจภายในเกาะ....ของฉันเอง

รัน ธีรัญญ์, Ph.D. Soft Skills Trainer, Contemplative Facilitator, and Certified Strengths Coach
Since:
Update:

Read : 45 times